Doctor-led
ประเมินและวางแผนโดยแพทย์ก่อนรับบริการ
Personal Plan
ออกแบบแผนดูแลตามสรีระ ผิว และเป้าหมายของแต่ละคน
Warm & Trust
บรรยากาศอบอุ่น สุภาพ และเน้นข้อมูลที่ตัดสินใจได้จริง
บริการของเรา

เลือกบริการจากเป้าหมายและความเหมาะสมของแต่ละเคส

แนะนำหมอ

คุณหมอป่าน (นพ.ป่าน ขัมภลิขิต)

ด้วยแนวทางการดูแลและศัลยกรรมตกแต่งเฉพาะบุคคล

หมอป่าน มุ่งเน้นการดูแลรักษาและศัลยกรรมตกแต่งโดยยึดความปลอดภัยเป็นหัวใจสำคัญ  
ครอบคลุมการดูแลปรับรูปหน้ารวมถึงหัตถการศัลยกรรมเฉพาะทาง อาทิ การเสริมหน้าอก การผ่าตัดลดขนาดหน้าอก และการผ่าตัดยกกระชับหน้าท้อง ให้ความสำคัญกับการตรวจประเมินสรีระอย่างละเอียด เพื่อวางแผนการรักษาที่ตอบโจทย์โครงสร้างร่างกายและความต้องการเฉพาะบุคคล
พร้อมให้ข้อมูลข้อเท็จจริงทางการแพทย์อย่างโปร่งใส เพื่อให้ผู้รับบริการเข้าใจทุกขั้นตอน แนวทางการพักฟื้น และผลลัพธ์ที่คาดหวังได้จริงก่อนตัดสินใจรับบริการ

จุดเด่นแนวทางการดูแล 

ตรวจประเมินโครงสร้างและสรีระเฉพาะบุคคล
วิเคราะห์มิติใบหน้า สัดส่วน และข้อจำกัดทางสรีระอย่างละเอียดเพื่อวางแผนหัตถการที่เหมาะสม

ให้คำปรึกษาและข้อเท็จจริงทางการแพทย์อย่างตรงไปตรงมา
อธิบายขั้นตอน เทคนิคการผ่าตัด ข้อจำกัด และการดูแลพักฟื้นหลังทำอย่างครบถ้วน

มุ่งเน้นผลลัพธ์ที่สมดุลและปลอดภัยตามมาตรฐาน 
ออกแบบผลลัพธ์ให้สอดรับกับสรีระตามธรรมชาติของผู้รับบริการ ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยทางการแพทย์

รีวิวจากเคสจริง

คำถามที่พบบ่อย

1.แผลผ่าตัดเสริมหน้าอก อยู่ตรงไหน?

คลินิกของเราให้บริการผ่าตัดเสริมหน้าอกด้วยการประยุกต์ใช้ เทคนิคการผ่าตัดเสริมใต้กล้ามเนื้อ (Dual Plane Technique) ร่วมกับการเปิด ตำแหน่งแผลผ่าตัดบริเวณใต้ราวนม (Inframammary Fold)

เทคนิคการผ่าตัด Dual Plane คืออะไร?

การผ่าตัดเสริมหน้าอกเทคนิค Dual Plane เป็นการวางซิลิโคนให้อยู่ในตำแหน่งที่ครอบคลุมทั้งใต้กล้ามเนื้อเนื้ออกส่วนบน (Pectoralis Major) และเนื้อนมส่วนล่าง โดยรวมข้อดีของการวางซิลิโคนทั้งสองชั้นเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้ทรงอกที่สวยงามและมีความเป็นธรรมชาติต่างจากการผ่าตัดแบบดั้งเดิม

ข้อดีของเทคนิค Dual Plane:

  • สัมผัสเนียนเป็นธรรมชาติ: ซ่อนขอบซิลิโคนบริเวณเนินอกส่วนบนด้วยชั้นกล้ามเนื้อ ลดปัญหาขอบซิลิโคนโผล่หรือเห็นเป็นลอน
  • ทรงสวยได้สัดส่วน: เนื้อนมส่วนล่างยังคงความยืดหยุ่น เคลื่อนไหวตามสรีระได้อย่างสมจริงทั้งในท่ายืนและท่านอน
  • ลดการเกิดพังผืดหดรัด (Capsular Contracture): การวางซิลิโคนใต้ชั้นกล้ามเนื้อช่วยลดอัตราการเกิดภาวะพังผืดแทรกซ้อนในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทำไมต้องเป็นตำแหน่งแผลใต้ราวนม?

การเปิดแผลบริเวณ ใต้ราวนม (Inframammary Fold Incident) เป็นตำแหน่งศัลยกรรมที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลว่าเป็นวิธีที่มีความแม่นยำและปลอดภัยสูง

  • ความแม่นยำในการผ่าตัด: ศัลยแพทย์สามารถมองเห็นโครงสร้างภายในและจัดวางตำแหน่งซิลิโคนได้อย่างชัดเจน ตรงตามตำแหน่งที่วางแผนไว้
  • ลดการบอบช้ำและการเสียเลือด: ช่วยให้ศัลยแพทย์สามารถระงับเลือดในจุดผ่าตัดได้อย่างตรงจุด ส่งผลให้ลดอาการบวมช้ำ และช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วยิ่งขึ้น
  • ซ่อนรอยแผลเป็นอย่างแนบเนียน: ตำแหน่งแผลจะถูกซ่อนไว้ในรอยพับธรรมชาติใต้ราวนมอย่างพอดี ทำให้สังเกตเห็นได้ยากในชีวิตประจำวัน
  • ลดความเสี่ยงการติดเชื้อ: แผลผ่าตัดอยู่ห่างจากท่อน้ำนม จึงลดความเสี่ยงเรื่องการปนเปื้อนของแบคทีเรีย และไม่ส่งผลกระทบต่อการให้บุตรในอนาคต

ระยะเวลาในการพักฟื้นหลังการผ่าตัดเสริมหน้าอกจะแตกต่างกันไปตามสรีระของแต่ละบุคคล รวมถึง เทคนิคการผ่าตัดและการวางตำแหน่งซิลิโคน โดยเฉพาะการผ่าตัดเทคนิค Dual Plane (เสริมใต้กล้ามเนื้อ) ซึ่งมีการปรับเลเยอร์ชั้นกล้ามเนื้อเพื่อทรงอกที่สวยเป็นธรรมชาติ จึงอาจมีอาการระบมในช่วงแรกและใช้เวลาฟื้นตัวประมาณ 7–10 วันเพื่อให้ร่างกายเริ่มสบายตัวขึ้น

ทั้งนี้ ผู้เข้ารับการผ่าตัดสามารถประเมินระยะเวลาในการกลับไปปฏิบัติงานและทำกิจกรรมต่างๆ ได้ดังนี้

  • งานเอกสาร / งานออฟฟิศ (Light Work): สามารถกลับไปทำงานตามปกติได้ภายใน 3–7 วัน (แนะนำให้หลีกเลี่ยงการยกแขนสูง หรือเกร็งกล้ามเนื้ออกช่วงบน)
  • งานที่ต้องใช้แรง / ยืนนาน / ยกของหนัก: ควรพักฟื้นอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์ เพื่อป้องกันไม่ให้แผลผ่าตัดใต้ราวนมเกิดการแยกหรืออักเสบ
  • การออกกำลังกายและเล่นกีฬา:
    • คาร์ดิโอเบาๆ (เช่น เดิน): สามารถทำได้หลังผ่าตัด 2 สัปดาห์
    • การออกกำลังกายหนัก / เวทเทรนนิ่ง / กีฬาปะทะ: ควรงดเว้นอย่างน้อย 4–6 สัปดาห์ หรือจนกว่าแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะประเมินว่าโครงสร้างเนื้อเยื่อและตำแหน่งซิลิโคนเข้าที่สมบูรณ์แล้ว



  1. ปลอดภัย ไร้สารแปลกปลอม
    • การเติมไขมันใช้เซลล์เนื้อเยื่อจากร่างกายของเราเอง (เช่น บริเวณหน้าท้องหรือต้นขา) ทำให้ ไม่มีความเสี่ยงต่อการแพ้ การต่อต้านสารแปลกปลอม หรือการเกิดยากลุ่มก้อนแข็งผิดปกติ ในอนาคต ต่างจากฟิลเลอร์ที่เป็นสารสังเคราะห์
  2. ผลลัพธ์ยั่งยืน กึ่งถาวร คุ้มค่าในระยะยาว
    • ฟิลเลอร์ทั่วไปจะสลายตัวไปเองในระยะเวลา 6–12 เดือน ทำให้ต้องคอยฉีดซ้ำอยู่เรื่อยๆ แต่สำหรับ การเติมไขมัน เมื่อเซลล์ไขมันปลูกติดกับชั้นผิวแล้ว จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อเยื่อร่างกายอย่างถาวร ไม่ต้องกลับมาเติมบ่อยๆ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว
  3. สัมผัสนุ่ม ละมุน เป็นธรรมชาติที่สุด
    • เนื่องจากเป็นเนื้อเยื่อไขมันจริง ผลลัพธ์หลังการเซ็ตตัวจึงมีความนุ่ม ยืดหยุ่น เคลื่อนไหวไปตามมิติของใบหน้าและร่างกายได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ดูแข็งเกร็งหรือเป็นก้อนคลื่น
  4. ได้ประโยชน์ 2 ต่อ: คืนความอ่อนเยาว์ พร้อมกระชับสัดส่วน
    • ได้รับการปรับรูปหน้าหรือเติมเต็มบริเวณที่ต้องการ พร้อมๆ ไปกับการลดสัดส่วนและสลายไขมันส่วนเกินในจุดที่ไม่ต้องการออกไปในคราวเดียวกัน
  5. ฟื้นฟูคุณภาพผิวด้วย Stem Cell จากธรรมชาติ 
    • ในเซลล์ไขมันมี สเต็มเซลล์ (Stem Cells) และ Growth Factors จากธรรมชาติเข้มข้น ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยเติมเต็มปริมาตร แต่ยังเข้าไปช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวพรรณบริเวณที่เติมดูฉ่ำวาว สดใส และอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างชัดเจน
  1. สามารถแก้ไขได้ แต่ถือเป็นงานศัลยกรรมระดับซับซ้อน (Complex Blepharoplasty) ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการตรวจวิเคราะห์และวางแผนการรักษาโดยศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการแก้ไขตาสองชั้นโดยเฉพาะ เนื่องจากโครงสร้างเปลือกตาเดิมได้ถูกเปลี่ยนแปลง และมีพังผืดเกิดขึ้นจากการผ่าตัดในครั้งก่อนๆ

    สาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะตากลายเป็นหลายชั้น (Multiple Eyelid Creases)

    ภาวะชั้นตาพับซ้อนกันมากกว่า 2 ชั้น มักเกิดจากปัจจัยทางโครงสร้างดังต่อไปนี้:

    • พังผืดดึงรั้งชั้นตา (Scar Tissue Build-up): การเกิดแผลเป็นและพังผืดเหนี่ยวนำใต้ชั้นผิวหนังจากการผ่าตัดหลายครั้ง ดึงรั้งให้ชั้นตาพับตัวผิดรูป
    • ภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Ptosis): หากไม่ได้ทำการแก้ไขกล้ามเนื้อตาที่อ่อนแรงร่วมด้วย จะทำให้การพับของชั้นตาไม่สมบูรณ์และเกิดรอยพับแทรกซ้อนขึ้น
    • การสูญเสียชั้นไขมันใต้เปลือกตา (Fat Deficit): กรณีที่เคสเดิมมีการตัดหรือดูดไขมันออกมากเกินไป จะทำให้เบ้าตาสูกลึก เกิดรอยซ้อนของชั้นตาเหนือรอยเจาะเดิม

    แนวทางการรักษาและข้อจำกัดทางการแพทย์

    การแก้ไขเคสทำตาซ้ำหลายรอบ ศัลยแพทย์จะต้องทำการเลาะพังผืดเก่าออกอย่างระมัดระวัง จัดเรียงโครงสร้างกล้ามเนื้อตาและชั้นไขมันใหม่ และในบางกรณีอาจต้องมีการย้ายไขมันหรือจัดสรรเนื้อเยื่อเพื่อเติมเต็มส่วนที่ลึกบุ๋ม

    ข้อจำกัดที่ควรทราบก่อนเข้ารับการแก้ไข:

    • ปริมาณผิวหนังเปลือกตาเดิม: ในเคสที่ผ่านการตัดแต่งหนังตามาหลายครั้ง ผิวหนังบริเวณเปลือกตาอาจเหลือน้อยลง ส่งผลให้การดีไซน์ความสูงของชั้นตาใหม่ทำได้อย่างจำกัดตามความเหมาะสมของสรีระ
    • ระยะเวลาการพักฟื้นและเซ็ตตัว: เนื่องจากเป็นงานแก้ไขที่มีพังผืดเดิม จึงอาจใช้เวลาพักฟื้นนานกว่าการผ่าตัดครั้งแรก โดยชั้นตาและเนื้อเยื่อจะเริ่มนุ่มลงและเข้าที่สมบูรณ์เต็มที่ในระยะเวลาประมาณ 3–6 เดือน

    คำแนะนำจากแพทย์: สำหรับผู้ที่มีปัญหาผ่านการทำตามาหลายรอบ แนะนำให้เข้ามารับการตรวจประเมินโครงสร้างตาจริงกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทุกครั้ง เพื่อประเมินความเป็นไปได้และวางแผนการผ่าตัดอย่างแม่นยำเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดค่ะ

พร้อมเริ่มปรึกษาแบบเป็นขั้นตอน

สอบถามบริการ นัดหมาย หรือส่งรูป/ข้อมูลเบื้องต้นผ่านช่องทางของคลินิก เพื่อให้ทีมงานแนะนำขั้นตอนต่อไป